ถึงเวลาต่อประกันรถยนต์ เอาอย่างไรกันดี - เอเชียไดเร็คโบรคเกอร์

ถึงเวลาต่อประกันรถยนต์ เอาอย่างไรกันดี

ถึงเวลาต่อประกันรถยนต์ เอาอย่างไรกันดี

        เมื่อถึงเวลาที่ต้องต่อประกันรถยนต์ในปีต่อไป ก็มักจะเป็นเวลาที่ต้องมานั่งตัดสินใจกันอีกแล้วว่าจะเอาอย่างไรกันดีกับประกันรถยนต์ปีหน้านี้ จะต่อประกันรถกับบริษัทเดิมหรือเปลี่ยนบริษัทดี หรือว่าจะต่อประกันประเภทไหนดี ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมือนเดิม หรือจะเปลี่ยนไปทำประกันชั้นอื่น ๆ

          เอาเรื่องบริษัทประกันภัยกันก่อนนะครับ การต่อประกันภัยเราสามารถเลือกต่อกับบริษัทเดิมหรือเปลี่ยนบริษัทประกันใหม่ก็ได้ หากเราไม่ประทับใจกับบริการของบริษัทประกันที่เราทำประกันรถยนต์ด้วยในปีที่ผ่านมา เราสามารถเปลี่ยนบริษัทประกันได้ ไม่จำเป็นต้องต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมไปตลอด  แต่ก่อนที่จะตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ในปีต่อไป ขอให้ทำตามข้อแนะนำดังนี้ก่อนเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของตัวเราเองครับ

  • หากประวัติในการขับขี่ในปีที่ผ่านมาของเราดี ไม่มีการเคลมความเสียหายที่เกิดจากความผิดของเรา บริษัทประกันที่เราทำประกันรถอยู่จะมีส่วนลดประวัติดีให้หากเราเลือกต่อประกันรถกับบริษัทเดิมครับ หากเป็นกรณีนี้เราจะประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากกว่าการเปลี่ยนไปทำประกันกับบริษัทอื่น
  • แม้หากมีประวัติในการขับขี่ดีไม่มีการเสียประวัติในปีที่ผ่าน แต่ต้องการที่จะเปลี่ยนบริษัทประกันก็สามารถทำได้เช่นกัน หากเลือกเปรียบเทียบแล้วว่าบริษัทใหม่มีค่าเบี้ยประกันภัยที่ให้ความคุ้มค่ามากกว่า ประกันภัยรถยนต์ ราคาถูกกว่า และมีบริการที่ดีกว่าด้วย ก็สามารถเปลี่ยนได้ครับ
  • หากปีที่ผ่านมาเรามีการเคลมมาก โดยที่เราเป็นคนผิด การต่อประกันรถกับบริษัทเดิมนอกจากจะไม่ได้รับส่วนลดประวัติดีแล้ว ยังอาจโดนคิดค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นได้ แต่ถ้าบริษัทประกันเดิมให้บริการดีและเราอยากต่อประกันรถกับบริษัทเดิมก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยต้องยอมจ่ายค่าเบี้ยประกันที่แพงขึ้นด้วย แต่ก่อนต่อประกันก็อย่าลืมทำเรื่องเคลมทั้งคันให้เรียบร้อยภายในปีนี้
  • หากรถยนต์เรามีรอยหรือความเสียหายอยู่ ก่อนเลือกเปลี่ยนบริษัทประกันในตอนต่อประกันรถ ควรแจ้งเคลมและนำรถเข้าซ่อมให้เรียบร้อยก่อนที่เจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันใหม่จะมาถ่ายรูปรถยนต์เพื่อนำไปประกอบการทำประกันในปีใหม่ เพราะหากรถยนต์ของเรามีรอยความเสียหายอยู่ บริษัทประกันใหม่จะไม่รับประกันรอยความเสียหายเหล่านั้น

          ส่วนเรื่องของการต่อประกันรถว่าปีต่อไปเราจะยังคงทำประกันชั้น 1 หรือเปลี่ยนไปเป็นประกันชั้น 2 หรือ 3 ดีนั้น เรื่องหลัก ๆ ก็ให้พิจารณาจากการขับขี่ของเราว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยหรือไม่ที่เราเป็นคนผิด หากมีโอกาสที่เราจะเป็นคนขับรถเฉี่ยวชนคนอื่น การเลือกต่อประกันรถที่มีความคุ้มครองในความเสียหายของรถยนต์คันเอาประกันด้วยก็จะดีกว่า เช่น ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ หรือประกันชั้น 3+ เป็นต้น แต่หากเราขับขี่ระมัดระวังไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 อาจเลือกทำประกันชั้นรอง ๆ ลงมาที่มีค่าเบี้ยประกันถูกกว่าอย่างประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 หรือ ประกันรถชั้น 3 ก็ได้

ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก สามารถติดต่อสอบถามและเช็คเบี้ย ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ,ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ได้ที่ http://www.asiadirect.co.th เอเชียไดเร็ค อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ ยินดีบริการด้วยใจ กรันตีราคาถูกจริง !!

เช็คราคาประกันรถยนต์ | ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 | ราคาประกันรถยนต์ชั้น 2+

Share on FACEBOOK Share on Tweet Share on Google+
  • ข่าวและสาระน่ารู้เรื่องอื่นๆ
  • » บช.น. จัดการจราจรกรณีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 20-23 พ.ย. 62
  • » การใช้เส้นทางช่วงประชุมอาเซียน
  • » 4 ข้อดีของการเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อถึงเวลามีอะไรบ้าง
  • » รถ 1 คัน ต้องมี 3 อย่าง
  • » วิธีดูแล 7 สิ่งอันตรายที่ทำลายสีรถ
  • » มดขึ้นรถทำอย่างไรดี?
สาระน่ารู้แนะนำเรื่องอื่นๆ
  • เคลียร์ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
    การเปิดไฟฉุกเฉินนี้เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์อย่างร้ายแรง และก่อให้เกิดอุบัติเหตุมานักต่อนักแล้ว เนื่องจากเวลาที่เปิดไฟฉุกเฉินนั้นหมายความว่าได้เปิดไฟเลี้ยวทั้งสองข้างซ้ายขวาพร้อมๆ กัน
  • 4 ข้อดีของการเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อถึงเวลามีอะไรบ้าง
    นอกจากเครื่องยนต์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมการทำงานของรถแล้ว ยางรถยนต์ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน
  • ยางรถยนต์ของคุณ วิ่งได้เร็วสุดแค่ไหน?
    ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รถยนต์วิ่งได้อย่างเต็มสรรถนะ นอกจากเครื่องยนต์อันทรงประสิทธิภาพแล้ว “ยางรถยนต์” ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถทุกคัน เพราะ
  • การคำนวณเบี้ยประกัน มีผลต่อปัจจัยไหนบ้าง ?
    ปัจจัยที่จะทำให้ราคาประกันภัยรถยนต์ไม่เท่ากันแล้ว นอกจากการเคลมที่บ่อยครั้งยังมีอีกหลายปัจจัย เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องไหนอีกบ้าง